อาจารย์ เบญพล สิทธิประณีต  ได้จัด นิทรรศการโคมล้านนา ในวันศุกร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 17 .30 น. ณ โถงกลางเจเจ กู๊ดเทสต์ มาร์เก็ต 
เชียงใหม่ มีการจัดแสดงโคมหลายรูปแบบ ที่อาจารย์สั่งสมความรู้และความชำนาญมาโดยตลอดและนำมาจัดแสดงให้ประชาชนและผู้ที่สนใจรับชมโคมที่มีคุณค่า เป็นศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนามิให้สูญหายไป
โคม โคม เป็นเครื่องกำบังไฟไม่ให้ดับเพื่อถูกลมพัด ภายในจุดเทียนผางประทีป (ผางประทีปเป็นภาชนะดินเหนียว
ถ้วยเล็กๆใช้มันสัตว์ เช่นขี้ผึ้งหรือน้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิงมีไส้ทำด้วยฟั่น ช่วยให้ไฟติดต่อเนื่องเป็นเวลานาน)
ในอดีต เกิดจาการที่ชาวนาไปทำนาในตอนกลางคืนได้จุดเทียนเพื่อให้แสงสว่างในการทำงาน บางครั้งลมพัดทำให้
เทียนดับ ชาวนาจึงใช้ตระกร้าที่ใส่ของมาครอบเทียนแล้วนำกระดาษมาหุ้มรอบๆไม่ต้องลำบากในการจุดเทียนอีก
ต่อมาชาวบ้านได้ประยุกต์มาใช้ในการประดิษฐ์โคมไฟเพื่อใช้สำหรับบูชาพระพุทธเจ้าในช่วงประเพณียี่เป็งของชาว
ล้านนา
                      โคม ถือว่าเป็นของสูงที่แสดงถึงความสว่างรุ่งโรจน์ตามตำนานในคัมภีร์พระธรรมเทศนา อานิสงค์ผางปะติ้ด (ประทีป) ผู้ใด
ทำโคมไปบูชาในวันเดือนยี่เป็งตามประเพณีดั้งเดิมจะได้รับผลบุญต่างๆที่ทำให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข
                      การทำโคมไฟ ใช้ไม่ไผ่ปล้องยาวเป็นวัสดุขึ้นโครง และหุ้มด้วยกระดาษสา , กระดาษแก้วหรือผ้ามีการประดับตกแต่งโคมด้วยการ
ตัดลวดลายต่างๆจากกระดาษ ตะกั่วอย่างสวยงาม


 

                   โคมล้านนา แบ่งได้เป็น 8 ชนิด คือ  1. โคมแปดเหลี่ยม 2.โคมไห 3.โคมดาว 4. โคมหูกระต่าย 5. โคมไต 6. โคมดอกบัว 7. โคมผัด 8. โคมรูปสัตว์
ในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบให้แตกต่างออกไปอีกเป็นจำนวนมากและยังมีการทำโคมเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประยุกต์ใช้ในการ
ตกแต่งอาคารสถานที่ เพื่อให้เกิดความสวยงามได้บรรยากาศแบบล้านนา การเรียนรู้การทำโคมไฟแบบล้านนายังมีผู้ใช้ให้ความสำคัญอนุรักษ์และสืบสานอย่าง
ต่อเนื่องทั้งในระดับครอบครัวและหมู่บ้าน
Lanna Lantern

                 A lantern is a light shied that protects the light from the wind. Inside , a candle or  Pang Prateep are lid (Pang Prateed is small clay saucer
fillde with animal fat such as bee wax or vegetable oil. It is dipped with a smallcord as a lamp - wick to last longer.)  In the former time, farmers went to
their paddy field at night where they lid the candle in order to light the place up. Sometimes, the wind just  blew the light off. The farmers covered them
with baskets wrapped with papers. So, they needed not light the candles up again and again . In the latter days , the farmers applied the use of these
lantherns to be sacrifice for Loard Budda during the Yee peng (Loy Krathong) tradition and festival of Lanna people. Lanterns are considered noble
objects to show prosperity according to the legend in Phra Dhamma Tesana "Anisong Pang Pathit (Prateep)" scripture. Anyone who worshiped Lord
Buddha with a lanthern during the Yee Peng tradition and festival will receive the fruit  of the merit by  living peaceful and happy lives.
              Lantherns are made of long - segmented bamboo sticks, which are put together as a structure, wrapped with  fabric or broze paper cut in
elaborated patterns.
                                    
                                                                         8 Kinds of Lanna Lanterns
1. Octagonal Lantern
2. Jar Lantern
3. Star Lantern
4. Tai Lantern
5. Hoo Kratai Lantern
6. Lotus Lantern
7. Phat Lantern
8. Animal Lantern

        Nowadays, there are many more lantern styles developed to a variety of shapes. Lantern are also made to be sacrifice for many more  rites.
In fact, they are modified to decorate the place to radiate a warm atmosphere of lanthern beauty (Seven upper northern Provinces used to belong
to former Lanna Kingdom) Lanna Lantern making is a taught to interested people : therefore it is well conserved as Lanna heritage at  the House
hold and village levels.

ประวัติ อาจารย์ เบญพล สิทธิประณีต
              ท่านเกิดเมื่อวันพฤหัสที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2501 บิดาชื่อ นาย วิมล สิทธิประณีต มารดาชื่อ นาง อาภรณ์ สิทธิประณีต
ซึ่งท่านมีภูมิลำเนาเป็นคนเชียงใหม่ ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านอาภรณ์ 8 - 10 ถ.เจริญเมือง ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
อาชีพของท่าน คือ มัคคุเทศก์, ครูภูมิปัญญา และ จบการศึกษาจาก มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลวิทยาลัย
มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพเชียงใหม่ ปริญญาตรีจาก คณะสังคมศาสตร์ สาขาบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัย
พายัพ จ. เชียงใหม่ และ จบมัคคุเทศก์รุ่นที่ 15 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
           การจัดแสดงผลงานทางศิลปะของท่าน  มีการแสดงผลงานสืบสานล้านนา ครั้งที่ 3 - 4, การแสดงผลงาน ตามฮีต โตยฮอย
สล่าเมือง ครั้งที่ 1-2 , การแสดงผลงานไทยเที่ยวไทย เมืองทองธานี, การแสดงผลงานหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เทศบาล
นครเชียงใหม่
ผลงานสอนของท่านมีดังต่อไปนี้คือ ครูสอนทำโคมและตุงโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา เชียงใหม่, ครูสอนคณะ ศิลปะศาสตร์ สาขาการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,
ครูสอนนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพมหานคร, ครูสอนนักศึกษาชมรมศิลปวัฒนธรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ครูสอนนักศึกษาคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยเอกชน
หลายแห่ง, ครูสอนนักเรียนโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น มงฟอร์ตวิทยาลัย โรงเรียน นานาชาติเปรม, ครูสอนนักเรียนวันอาทิตย์ วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
 

 

     

     
     
     
   

ที่มาของข้อมูล

        รุจพร ประชาเดชสุวัฒน์.  2550.  "โคมล้านนา".  ม.ป.ท. : ม.ป.พ.